Space Edition และ Magniflex เปิดนิยามใหม่ เพื่อไลฟ์สไตล์สุขภาพ ผ่านดีไซน์ นวัตกรรมการนอน และการสร้างพื้นที่การอยู่อาศัยเพื่อ Longevity

บริษัท สลีปปิ้ง โซลูชั่นจำกัด ผู้บริหารแบรนด์ Space Edition (สเปซ อีดิชั่น) แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ลักชูรีสัญชาติอิตาลี และ บริษัท ซิ้ลเคนเท็กซ์ จำกัด ผู้บริหารและจัดจำหน่ายแบรนด์ Magniflex (แมกนิเฟล็กซ์) ในประเทศไทย แบรนด์ที่นอนและเครื่องนอนระดับพรีเมียมจากอิตาลี ประกาศแผนกลยุทธ์ธุรกิจประจำปี 2569 พร้อมผนึกกำลังยกระดันิยามของไลฟ์สไตล์สุขภาพยุคใหม่ ผ่านการผสานงานออกแบบเหนือกาลเวลา เข้ากับนวัตกรรมด้านสรีระศาสตร์ เพื่อมอบประสบการณ์การพักผ่อนที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตในระยะยาว

      ธนา ธนะทิพานนท์     ผู้อำนวยการ บริษัท สลีปปิ้ง โซลูชั่น จำกัด กล่าวว่า “การเปิดโชว์รูมในประเทศไทยถือเป็นก้าวสำคัญของการขยายธุรกิจ โดยเรามองเห็นศักยภาพของตลาดลักชูรี และความต้องการงานออกแบบระดับพรีเมียมที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โชว์รูมแห่งนี้จะเป็นพื้นที่ในการนำเสนอเอกลักษณ์ของงานดีไซน์และงานฝีมือแบบอิตาลี  พร้อมสร้างประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ระดับลักชูรีให้กับลูกค้าในประเทศไทย

     Space Edition (สเปซ อีดิชั่น)  นำเสนอแนวคิดเฟอร์นิเจอร์ที่ก้าวข้ามการเป็นเพียงเครื่องเรือน สู่การเป็นงานศิลปะเพื่อการใช้ชีวิต (Functional Art) ผ่านการคัดสรรวัสดุ งานฝีมือ และแนวคิดการออกแบบ ที่เป็นเอกลักษณ์ของศิลปะและวัฒนธรรมอิตาลี โดยเฟอร์นิเจอร์ของ Space Edition เป็นที่ยอมรับในกลุ่มบุคคลชั้นนำ รวมถึงสถานที่ชั้นนำระดับโลก อาทิ พิพิธภัณฑ์ดอร์เซย์ (Muséed’Orsay) กรุงปารีส โรงแรมและรีสอร์ทชั้นนำที่เทือกเขาโดโลไมต์ (Dolomites)อิตาลี, เทือกเขาแอลป์ของสวิตเซอร์แลนด์ (Swiss Alps), คูร์เชเวล (Courchevel)ฝรั่งเศส และล่าสุดที่หมู่บ้านนักกีฬาของการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาว Milano Cortina Olympics 2026 ที่ผ่านมา ดังนั้นโชว์รูมของ Space Edition จึงไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่จัดแสดงเฟอร์นิเจอร์ แต่ได้รับการออกแบบให้เป็น พื้นที่แห่งแรงบันดาลใจ (Inspiration Space) ที่รวบรวมเรื่องราวของงานดีไซน์ งานฝีมือ และประสบการณ์การใช้ชีวิตระดับลักชูรีไว้ในที่เดียว  

     ธนวิทย์ ธนะทิพานนท์ ผู้อำนวยการ บริษัท      ซิ้ลเคนเท็กซ์ จำกัด กล่าวว่าตลอดปีที่ผ่านมา Magniflex ได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้บริโภคในประเทศไทย  ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในคุณภาพและมาตรฐานของแบรนด์ระดับโลก เรามุ่งมั่นนำเสนอเครื่องนอนระดับพรีเมียมภายใต้มาตรฐาน Italian Made ที่ผสานงานออกแบบอันประณีตเข้ากับหลักสรีระศาสตร์  เพื่อยกระดับประสบการณ์การนอนหลับและคุณภาพชีวิตของผู้บริโภค

     ความสำเร็จในปีที่ผ่านมา Magniflex จึงเดินหน้าขยายตลาดในประเทศไทยต่อเนื่อง ภายใต้กลยุทธ์ธุรกิจปี 2569 ด้วยแนวคิด “Blue Zone Inspired Longevity” ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจาก “Blue Zone” หรือพื้นที่ที่มีประชากรอายุยืนยาวที่สุดในโลก โดยแบรนด์เชื่อว่าปัจจัยสำคัญของอายุยืนไม่ได้อยู่เพียงแค่โภชนาการหรือการออกกำลังกาย แต่รวมถึง คุณภาพของการพักผ่อนที่ดีซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของสุขภาพในระยะยาว

     หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของปีนี้ คือการนำเสนอนวัตกรรมที่นอนหลากหลายรุ่น ประกอบด้วย MagniStretch, Diamante,Dolce Vita, MagniCool, และ Massagio ซึ่งพัฒนาขึ้นจากเทคโนโลยีด้านการรองรับสรีระขั้นสูง พร้อมการับรองด้วยวิทยาศาสตร์การนอนอย่างมีหลักการ ได้รับการรับรองจาก American Chiropractic Association (ACA) สร้างจุดยืดของการผสานงานของงานช่างฝีมืออันประณีต (craftsmanship) ให้เข้ากับนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์การนอนได้อย่างลงตัว

มรดกแห่งศิลป์จากอิตาลี สู่แนวคิดความยั่งยืนของการใช้ชีวิต

     Space Edition และ Magniflex มีวิสัยทัศน์ร่วมกันที่จะยกระดับประสบการณ์การใช้ชีวิตที่ยั่งยืน ผ่านงานฝีมืออันประณีต ในแบบฉบับอิตาลี ผ่านแนวคิดหลัก ประกอบด้วย

Longevity of Craftsmanship:

     หัวใจสำคัญของแบรนด์คือการให้ความสำคัญกับคุณภาพของวัสดุและกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นได้รับออกแบบให้มีอายุการใช้งานยาวนาน พร้อมคงประสิทธิภาพการรองรับสรีระอย่างต่อเนื่องสะท้อนมาตรฐานของความเป็นแบรนด์ Elite Italian Sleep-Tech อย่างแท้จริง

Longevity of Design (Italian Craftsmanship):

     Space Edition ถ่ายทอดเอกลักษณ์งานฝีมืออิตาลี ผ่านแนวคิด “Timeless Artistry in Design” หรือดีไซน์เหนือกาลเวลา ที่ผสานความงดงามเข้ากับหลักสรีระศาสตร์อย่างแม่นยำ เพื่อให้เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นไม่เพียงเติมเต็มพื้นที่อยู่อาศัย แต่ยังสะท้อนรสนิยมและคุณค่าแก่บ้านและผู้อยู่อาศัยได้อย่างยั่งยืน

นวัตกรรมเพื่อการพักผ่อนอย่างมีคุณภาพ

     ข้อมูลจากกลุ่มผู้บริโภคในปัจจุบันชี้ให้เห็นว่า ปัญหาการนอนหลับไม่ได้เกิดจากที่นอนไม่ได้มาตรฐานเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกิดจากภาวะนอนไม่หลับจากสรีระที่ไม่ถูกต้อง หรือแม้กระทั่งการวิตกกังวลที่ทำให้เป็นปัญหาการนอนอันดับต้น ๆ คือSleep Anxiety หรือความกังวลสะสมที่ส่งผลต่อสภาวะอารมณ์ก่อนการนอนหลับด้วยปรัชญาที่เชื่อว่า “การนอนที่ดีคือรากฐานของสุขภาพที่ยั่งยืน” Magniflex จึงพัฒนาแนวคิด “Longevity of Life” ผ่านนวัตกรรมที่นอนรุ่น  MagniStretch รวมถึงที่นอนรุ่นอื่นของแบรนด์ ซึ่งผสานเทคโนโลยีการรองรับสรีระเข้ากับการออกแบบสภาพแวดล้อมการนอนที่ช่วยสร้างสมดุลให้ทั้งร่างกายและจิตใจ

นวัตกรรมที่นอนรุ่น MagniStretch มาพร้อมคุณสมบัติพิเศษที่ช่วยปลดล็อกปัญหาการนอนหลับ ได้แก่

     1. Posture Support Technology: เทคโนโลยีการรองรับสรีระที่ช่วยกระจายแรงกดทับ ลดการพลิกตัวระหว่างการนอน และช่วยให้ร่างกายเข้าสู่การพักผ่อนอย่างล้ำลึก
     2. Advanced Features: การใช้วัสดุที่มีคุณสมบัติระบายอากาศและควบคุมอุณหภูมิได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจ

 

     งานวิจัยจากมหาวิทยาลัย Zaragoza ประเทศสเปน ศึกษาเทคโนโลยี MagniStretch ซึ่งออกแบบให้รองรับการยืดกระดูกสันหลังในแนว 180 องศาจากศีรษะถึงปลายเท้า เพื่อลดแรงกดทับที่เกิดขึ้นกับกระดูกสันหลัง แตกต่างจากที่นอน Memory Foam ทั่วไปที่เน้นการกระจายน้ำหนัก 360 องศา โดยปลอกที่นอนสามารถถอดซักได้ และถูกออกแบบมาสำหรับผู้ที่มีอาการปวดหลังหรือภาวะเส้นประสาทถูกกดทับจากกระดูกสันหลัง

ก้าวต่อไปที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมในปี 2569

     ความสำเร็จในปีที่ผ่านมาของแบรนด์ Magniflex ด้วยยอดขายที่เติบโตมากกว่า 20% ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญทางธุรกิจของแบรนด์ในประเทศไทย โดยสะท้อนถึงความนิยมในกลุ่มผู้บริโภคระดับพรีเมียมและผู้ที่ใส่ใจสุขภาพ ซึ่งในปี 2569  Space Edition และ Magniflex มีแผนการขยายธุรกิจสู่กลุ่มพันธมิตรใหม่ อาทิ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชูรี (Luxury Property Developer) และกลุ่มธุรกิจสุขภาพและไลฟ์สไตล์ (Health & Lifestyle) อย่างคลินิกดูแลสุขภาพระดับพรีเมียม เพื่อส่งมอบประสบการณ์การพักผ่อนระดับห้าดาวให้เข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง พร้อมกันนี้แบรนด์ยังเตรียมเดินหน้ากลยุทธ์การตลาดเพื่อเข้าถึงกลุ่ม HNWIs (High Net Worth Individuals เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ลึกซึ้งและเชื่อมโยงกับแบรนด์ในะยาว

      Space Edition และ Magniflex  ตั้งเป้าก้าวสู่การเป็นแบรนด์ผู้นำด้าน “The Italian Standard of Mastery” ที่สะท้อนมาตรฐานงานฝีมือระดับโลก และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์สุขภาพของผู้บริโภคยุคใหม่อย่างยั่งยืน โดยคาดว่ายอดขายของทั้งสองแบรนด์จะเติบโเท่าตัวในปี 2569

RELATED ARTICLE

Scroll to Top