บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO Group ปักหมุดยุทธศาสตร์การเติบโตระดับสากลอย่างต่อเนื่อง ประกาศลงนามสัญญาซื้อหุ้นเพิ่มอีก 12% ดันสัดส่วนการถือหุ้นพุ่งแตะ 50% ในโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม (Cogeneration) ก๊าซธรรมชาติ Linden Cogen กำลังผลิตประมาณ 980 เมกะวัตต์ ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ สหรัฐอเมริกา ผ่านบริษัทย่อย EGCO Linden II, LLC ตอกย้ำกลยุทธ์ Asset Recycling ที่นำสภาพคล่องมาวางไว้ในสินทรัพย์คุณภาพสูง ที่พิสูจน์ศักยภาพแล้ว สามารถเข้าถึง 2 ตลาดไฟฟ้าสำคัญที่มีความต้องการสูง (NYISO Zone J และ PJM PSEG) พร้อมสัญญาขายไอน้ำและไฟฟ้าระยะยาวกับคู่ไฟฟ้าระดับ Investment Grade การันตีการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรสุทธิและกระแสเงินสดปันผลทันทีหลังธุรกรรมเสร็จสิ้น เสริมความแข็งแกร่งให้พอร์ตการลงทุนในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นฐานธุรกิจยุทธศาสตร์อันดับ 2 ของบริษัท

ธวัชชัย สำราญวานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ EGCO Group เปิดเผยว่า “การเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในโรงไฟฟ้า Linden Cogen เป็น 50% คือภาพสะท้อนของการบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนอย่างมีวินัย ภายใต้กลยุทธ์ ‘POWER4’ ในมิติ Profitability and Performance Energizing ของ EGCO Group เราใช้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญในการทำ Asset Recycling หมุนเวียนเงินทุนมาวางไว้ในสินทรัพย์ที่เราติดตามผลการดำเนินงานอย่างใกล้ชิดและประเมินความเสี่ยงได้อย่างแม่นยำอยู่แล้ว การเพิ่มสัดส่วนในครั้งนี้จึงเป็นการขยายผลการลงทุนบนฐานสินทรัพย์ที่มั่นคง ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มรายได้จากเงินปันผลและรับรู้กำไรสุทธิส่วนเพิ่มได้ทันทีแล้ว ยังเพิ่มบทบาทเชิงยุทธศาสตร์ให้ EGCO Group ร่วมขับเคลื่อนทิศทางการบริหารงานของโรงไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น”
ธุรกรรมนี้ ดำเนินการผ่าน EGCO Linden II, LLC ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ EGCO ถือหุ้นทั้งหมด โดยได้ลงนามในสัญญา Equity Purchase Agreement เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 เพื่อลงทุนเพิ่มเติมในสัดส่วน 12% ในบริษัท Linden TopCo LLC ซึ่งจะทำให้ EGCO Group ถือหุ้นรวมเป็น 50% ทั้งนี้ ธุรกรรมจะสมบูรณ์ หลังจากดำเนินการตามเงื่อนไขต่าง ๆ ภายใต้สัญญา Equity Purchase Agreement เสร็จสิ้น
เจาะ 3 ไฮไลท์ยุทธศาสตร์: Linden Cogen สินทรัพย์ศักยภาพสูงในตลาดพลังงานยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ
บริษัท Linden TopCo LLC เป็นผู้ดำเนินธุรกิจโรงไฟฟ้า Linden Cogen ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม (Cogeneration) ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง กำลังผลิตประมาณ 980 เมกะวัตต์ ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ สหรัฐอเมริกา โดยมีจุดแข็งที่ทำให้เป็นสินทรัพย์น่าลงทุน ดังนี้
1. เข้าถึง 2 ตลาดไฟฟ้าที่ต้องการกำลังผลิตสูงสุด (Dual-Market Access): โรงไฟฟ้า Linden Cogen หน่วยที่ 1-5 กำลังผลิตประมาณ 800 เมกะวัตต์ ขายไฟฟ้าและให้บริการเสริมความมั่นคงในระบบไฟฟ้าแก่ระบบและโครงข่ายไฟฟ้าในรัฐนิวยอร์ก (NYISO Zone J) ขณะที่หน่วยที่ 6 กำลังผลิต 180 เมกะวัตต์ ขายไฟฟ้าให้ตลาดซื้อขายไฟฟ้า PJM PSEG ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ โดยตลาดไฟฟ้าทั้ง 2 แห่งของสหรัฐอเมริกา กำลังเผชิญกับความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง ขณะที่กำลังไฟฟ้าสำรองอยู่ในภาวะตึงตัว โรงไฟฟ้า Linden Cogen จึงอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่เหมาะสมอย่างยิ่งในการเสริมความมั่นคงแก่ระบบโครงข่ายไฟฟ้าในภูมิภาคนี้
2.มีหลักประกันรายได้ระยะยาว (Long-term Revenue Visibility): มีสัญญาขายไอน้ำและไฟฟ้าระยะยาวกับคู่ค้ารายใหญ่ระดับ Investment Grade ช่วยสร้างกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอ ไม่ผันผวนตามสภาวะตลาด 3.ต้นแบบเชื้อเพลิงคาร์บอนต่ำ (Hydrogen Co-firing Leader): โรงไฟฟ้าหน่วยที่ 6 ประสบความสำเร็จในการเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าโดยใช้ก๊าซธรรมชาติผสมไฮโดรเจน สอดคล้องกับเป้าหมาย Net Zero ของ EGCO Group ซึ่งตั้งเป้าระยะสั้นในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลง 10% ภายในปี พ.ศ. 2573 และพัฒนาเทคโนโลยีไฮโดรเจนร่วมในระบบผลิตไฟฟ้า
ต่อยอด New S-Curve สหรัฐฯ ยกระดับผู้ถือหุ้นสู่ผลตอบแทน Gold Standard

ปัจจุบัน EGCO Group มีกำลังผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้นในสหรัฐอเมริการวมกว่า 1,600 เมกะวัตต์ ครอบคลุมทั้งสินทรัพย์กลุ่มก๊าซธรรมชาติที่ยืดหยุ่นและพลังงานหมุนเวียน ได้แก่ Compass Portfolio, กลุ่ม Apex Clean Energy, Pinnacle II, Pinnacle IV และ Linden Cogen ท่ามกลางอุปสงค์การใช้ไฟฟ้าในสหรัฐฯ ที่เติบโตก้าวกระโดดจาก Data Center และเทคโนโลยี AI โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติที่มีความยืดหยุ่นสูงจะยังคงทำหน้าที่เป็นพลังงานฐานที่ขาดไม่ได้ในการรักษาเสถียรภาพระบบ ควบคู่ไปกับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดในระยะยาว”



