บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO Group เผยทิศทางการดำเนินธุรกิจในปี 2569 โดยเน้นย้ำความสำเร็จจากการใช้กลยุทธ์ “Power 4” เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนและมั่นคง พร้อมเดินหน้าตามแผนโรดแมป 3 ปี (2568-2570) ที่ครอบคลุมทั้งด้านผลประกอบการ การลงทุน และการจัดการองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ เตรียมงบลงทุน 30,000 ล้านบาท เดินหน้าลงทุนเชิงกลยุทธ์ พร้อมมุ่งเป้า Carbon Neutral ภายในปี 2050

ธวัชชัย สำราญวานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ EGCO Group เปิดเผยว่า “ท่ามกลางความท้าทายระดับโลก โดยเฉพาะความเสี่ยงทางภูมิรั
กลยุทธ์ Power 4 ของ EGCO ประกอบด้วยมิติสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่:

1. Profitability and Performance Energizing: มุ่งเน้นการเพิ่มศักยภาพในการหารายได้และกำไร พร้อมรักษาเสถียรภาพทางการเงิน โดยให้ความสำคัญกับอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน และนโยบายการจ่ายเงินปันผลที่สม่ำเสมอเพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ถือหุ้น
2. Power and Energy Related Focus: เน้นการลงทุนในธุรกิจไฟฟ้าและพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง ซึ่งเป็นความเชี่ยวชาญหลัก โดยครอบคลุมทั้งพลังงานหมุนเวียนและโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ ผ่านรูปแบบการควบรวมกิจการ (M&A) และการพัฒนาโครงการใหม่ (Greenfield) ทั้งในไทยและต่างประเทศ
3. Portfolio Optimization: ยกระดับการบริหารจัดการพอร์ตโฟลิโอให้เกิดประโยชน์สูงสุดผ่านกลยุทธ์ Asset Recycling หรือการขายสินทรัพย์ที่มีศักยภาพเพื่อนำเงินทุนไปหมุนเวียนลงทุนในโครงการใหม่ๆ ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า
4. Proactive Organization Excellence: ปรับโครสร้างองค์กรให้ทันสมัย โดยนำเทคโนโลยีและ AI เข้ามาช่วยในการบริหารจัดการโรงไฟฟ้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตและการดำเนินงาน
โชว์ผลงานปี 68: กำไรแกร่ง-เรตติ้งพุ่ง
จากการขับเคลื่อนกลยุทธ์ดังกล่าวตั้งแต่ปี 2568 EGCO Group สามารถสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมอย่างโดดเด่น:
• ด้านการเงิน: รายได้รวมอยู่ที่ 37,905 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิสูงถึง 4,727 ล้านบาท
• ความเชื่อมั่น: ได้รับการจัดอันดับเครดิตจาก TRIS Rating และ JCR ที่ระดับ AA พร้อมแนวโน้ม Stable สะท้อนถึงสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง
• ผลตอบแทน: จ่ายเงินปันผลเฉลี่ยที่ 6.5 บาทต่อหุ้น หรือคิดเป็นร้อยละ 5.26 ต่อปี
ปี 2569 EGCO Group เตรียมงบลงทุนไว้ 30,000 ล้านบาท เพื่อเดินหน้าลงทุนเชิงกลยุทธ์
อย่างต่อเนื่อง ทั้งจากการแสวงหาโอกาสการลงทุ นในธุรกิจไฟฟ้า จากโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติคุ ณภาพสูงและโรงไฟฟ้าพลังงานหมุ นเวียน ผ่าน การลงทุนทั้งรู ปแบบการควบรวมและซื้อกิจการ และการลงทุนพัฒนาโครงการใหม่ โดยต่อยอดและเน้นการลงทุ นในประเทศที่มีฐานธุรกิจและพั นธมิตรอยู่แล้ว 7ประเทศ โดยเฉพาะตลาดพลังงานในสหรั ฐอเมริกา ซึ่งเป็นหนึ่งในฐานธุรกิจที่ สำคัญของ EGCO Group และมีความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เติ บโตขึ้นจากความต้องของธุรกิจ Data Center
รุกคืบการลงทุนระดับโลก

ปีที่ผ่านมา EGCO Group ขยายฐานการลงทุนอย่างต่อเนื่อง อาทิ การลงนามสัญญา PPA โรงไฟฟ้าเคซอนในฟิลิปปินส์, การเข้าถือหุ้นในกลุ่มโรงไฟฟ้า Pinnacle 2 และโรงไฟฟ้าลินเดน โฮเจน ในสหรัฐอเมริกา รวมถึงการขยายการลงทุนใน CDI Group ประเทศอินโดนีเซีย ขณะเดียวกันยังประสบความสำเร็จในการทำ Asset Recycling โดยการขายสินทรัพย์ในโครงการโรงไฟฟ้าไรเซ็ก (สหรัฐฯ) และโรงไฟฟ้าโอโคร็อก (ออสเตรเลีย) เพื่อเสริมสภาพคล่องในการลงทุนอนาคต
EGCO Group สนับสนุนการเติบโตในปี 2569 ทั้งจากการรับรู้รายได้เพิ่มจากโครงการทั้งในและต่างประเทศที่บริษัทเข้าไปลงทุนก่อนหน้านี้ ในสหรัฐอเมริกาเป็นการรับรู้รายได้เต็มปีจากการลงทุนในกลุ่มโรงไฟฟ้า Pinnacle ll และการเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในโรงไฟฟ้า Linden Cogen เป็น 38% รวมทั้งคาดว่าโรงไฟฟ้าที่บริษัทถือหุ้นในสหรัฐอเมริกา จะได้รับประโยชน์จากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เติบโตขึ้นจากความต้องการของธุรกิจ Data Center และ AI ในฟิลิปปินส์เป็นการรับรู้รายได้เต็มปีจากโรงไฟฟ้าQuezon ภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้าฉบับใหม่ 400 เมกะวัตต์ ในอินโดนีเซียเป็นการขยายการลงทุนของธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่องด้านสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐาน CDI Group
สำหรับการลงทุนในประเทศ มีความก้าวหน้าของโครงการ RE Big Lot รอบที่ 2 โดย EGCO Group อยู่ระหว่างการทยอยลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ซึ่งประกอบด้วย PPA กับ กฟผ. (SPP) 10 โครงการ และ PPA กับ กฟภ. (VSPP) 1 โครงการ คาดว่า PPA ทั้งหมดจะลงนามเรียบร้อยภายในไตรมาสที่ 2 ปี 2569 และการก่อสร้างโครงการแรกจะเริ่มกลางปี 2570 โดยจะทยอยเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ (SCOD) ในปี 2571-2573

นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างศึกษานโยบาย Direct PPA ที่เปิดทางให้ภาคเอกชนทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับผู้ผลิตได้โดยตรง เป็นแรงดึงดูดสำคัญในการลงทุนของธุรกิจ Data Center ที่ต้องการพลังงานสะอาดและมีเสถียรภาพ ในขณะที่โครงการนิคมอุตสาหกรรมเอ็กโกระยอง (ERIE) อยู่ระหว่างการติดตามความเป็นไปได้ในการรับไฟฟ้าจากระบบส่ง (Grid) ของ กฟผ. และการหารือกับลูกค้า Data Center ขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพในการลงทุนในพื้นที่นิคมฯ ซึ่งมีความต้องการใช้ไฟฟ้าและน้ำในปริมาณมาก ยิ่งไปกว่านั้น EGCO Group ยังอยู่ระหว่างการหาโอกาสทางธุรกิจเพิ่มเติมในรูปแบบโรงไฟฟ้าที่ผลิตไฟฟ้าเพื่อขายตรง (Independent Power Supply: IPS) และการขายไฟฟ้าผ่าน Direct PPA เพื่อรองบรับความต้องการของกลุ่มลูกค้า Data Center ในพื้นที่นิคมฯ ในอนาคตอีกด้วย
เป้าหมายมุ่งสู่ Net Zero วางเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมไว้อย่างชัดเจน 3 ระยะ:
• ปี 2573: เพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนเป็น 30%
• ปี 2593: บรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality)
• ปี 2603: มุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero)



