สถาบันเศรษฐศาสตร์มาสเตอร์การ์ด (Mastercard Economics Institute หรือ MEI) เผยแพร่รายงานแนวโน้มเศรษฐกิ
รายงานชี้ว่า แนวโน้มเศรษฐกิ
แม้จะมีความผันผวนดังกล่าว MEI ยังคาดว่า GDP ของเอเชียแปซิฟิกจะทรงตัวในปี 2569 โดยอาศัยแรงสนับสนุนจากเงินเฟ้
“เอเชียแปซิฟิกยังคงแสดงศั
กยภาพด้านความยืดหยุ่นได้อย่ างโดดเด่น แม้อยู่ท่ามกลางความไม่แน่ นอนของภาษีและซัพพลายเชนที่เปลี่ ยนแปลงซึ่งอาจส่งผลต่อระบบการค้ าโลก ผลการคาดการณ์สะท้อนให้เห็นว่า แม้การจัดระเบียบการค้าใหม่ และการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยี จะเป็นประเด็นสำคัญระดับโลก แต่ปัจจัยเศรษฐกิจในระดับจุ ลภาคของหลายประเทศในภูมิ ภาคเอเซียแปซิฟิกกลับมีทิศทางดี ขึ้นอย่างต่อเนื่อง การปรับตัวให้เข้ากับแนวโน้ มความต้องการพื้นฐานเหล่านี้จึ งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรั บธุรกิจ” เดวิด แมนน์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิ กของมาสเตอร์การ์ด กล่าว
แรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจสำคัญปี 2569
การค้าปรับสมดุล: เส้นทางใหม่ ความเป็นจริงใหม่
การค้าโลกยังคงปรับตัวต่
AI และนโยบายภาครัฐ: แรงหนุนสู่ระลอกการเติบโตถัดไป
การวิเคราะห์ของ MEI ชี้ว่า การนำ AI มาปรับใช้
เทรนด์ท่องเที่ยว: ประสบการณ์คือแรงขับเคลื่
แนวโน้มเศรฐกิจในเอเชียแปซิฟิ
- การใช้จ่ายในประเทศจีนคาดว่
าจะเติบโตขึ้น 4.5% โดยแนวโน้มภาคการบริโภคจะแข็ งแกร่งขึ้นตลอดทั้งปีจากการเติ บโตของเทรนด์การบริโภครู ปแบบใหม่ในหมวดสินค้ าความงามและสุขภาพ การยกระดับไลฟ์สไตล์ และการซื้อของสะสมโดยกลุ่ มแฟนคลับ ที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้ นเนื่องจากการลดอัตราดอกเบี้ ยและมาตรการการคลังภายใต้แผนพั ฒนา 5 ปีฉบับใหม่ของจีนที่ชูแนวคิด “ซื้ออย่างชาญฉลาด” เชิญชวนให้ผู้บริโภคมองหาคุ ณภาพและประสบการณ์ที่เป็นเอกลั กษณ์แทนการใช้ของราคาถูก โดยเทรนด์นี้กำลังเปลี่ยนโฉมช่ องทางค้าปลีกและช่องทางออนไลน์ ในประเทศจีน โดยเฉพาะในเมืองระดับเทียร์ 3 – 4 เช่น เมืองเยียนไท่และลั่วหยาง - เอเชียใต้ยังมีแนวโน้มการเติ
บโตที่มั่นคง รับอานิสงส์จากตลาดอินเดียที่ คาดว่าจะเติบโต 6.6% จากแรงหนุนของความต้ องการภายในประเทศ การผ่อนคลายทางการเงิน และการเติบโตของภาคดิจิทั ลและบริการ ส่วนศรีลังกาคาดว่าจะเติบโต 3.7% เนื่องจากการบริโภคภาคเอกชน รายได้จากการท่องเที่ยวที่เพิ่ มขึ้น และนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายช่ วยสนับสนุนการฟื้นตัว สำหรับบังกลาเทศคาดว่าจะเติ บโตประมาณ 5% จากเงินเฟ้อที่ลดลงและมีเงิ นโอนกลับจากต่างประเทศช่วยค้ำจุ นครัวเรือน แม้ยังมีความท้าทายเชิงโครงสร้ าง - เศรษฐกิจญี่ปุ่นคาดว่าจะเติ
บโตขึ้น 1.0% โดยได้รับแรงหนุนจากรายได้จริ งที่เพิ่มขึ้น และความเชื่อมั่นของครัวเรือนที่ แข็งแกร่งขึ้น ส่งผลให้เศรษฐกิจเคลื่อนเข้าสู่ รอบการเติบโตที่ขับเคลื่อนด้ วยค่าจ้างมากขึ้น ญี่ปุ่นยังคงเดินหน้าลงทุนเชิ งกลยุทธ์ในด้าน AI เซมิคอนดักเตอร์ และความมั่นคงด้านพลังงาน ขณะที่นโยบายการเงินแบบผ่ อนคลายและมาตรการการคลั งแบบเฉพาะเจาะจงช่ วยลดผลกระทบจากแรงกดดันต่อการส่ งออกที่ได้รับอิทธิ พลจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ - ประเทศสมาชิกอาเซียน 5 ประเทศ มีแนวโน้มเติบโตที่แตกต่างกัน โดยอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์คาด
ว่าจะยังเป็นประเทศที่เติบโตเร็ วที่สุดในภูมิภาคที่ 5.0%และ 5.6% ตามลำดับ ขณะที่มาเลเซียและสิงคโปร์น่ าจะมีการเติบโตกลับสู่ระดับปกติ ที่ 4.2% และ 2.2% ส่วนประเทศไทยคาดว่าจะเติบโต 1.8% โดยมีความเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ ความผันผวนของราคาพลั งงานและการเปลี่ยนแปลงของอุ ปสงค์โลกที่อาจส่งผลต่อการจ้ างงาน - ต้นทุนที่ลดลงและอัตราดอกเบี้
ยที่ต่ำลงจะช่วยเพิ่มการใช้จ่ ายของครัวเรือนในออสเตรเลี ยและนิวซีแลนด์ โดยคาดการณ์การเติบโตที่ 2.3% และ 2.4%ตามลำดับ การใช้จ่ายเพื่อประสบการณ์ยั งคงเป็นแรงขับเคลื่อนการฟื้นตัว รวมถึงการที่ผู้บริโภคให้ ความสำคัญกับการท่องเที่ยว การพักผ่อน และความบันเทิงที่เข้าถึงได้ - ธุรกิจ SMEs ทั่วทั้งภูมิภาคมีการปรับใช้
เทคโนโลยีดิจิทัลและช่ องทางออนไลน์มากขึ้น เพื่อบริหารจัดการธุรกิจอย่างมี ประสิทธิภาพและขยายการเข้าถึงลู กค้า เสริมความยืดหยุ่นท่ามกลางพลวั ตด้านการค้าโลกที่เปลี่ยนแปลง
“แม้แนวโน้มเศรฐกิจโดยรวมจะเป็
นบวกในปีหน้า แต่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยั งคงเผชิญความเสี่ยงที่ซับซ้อน ไม่ว่าจะเป็นการแบ่งแยกด้ านการค้าและแรงกดดันด้านภาษี ไปจนถึงปัจจัยภายนอกอื่น ๆ และความเหลื่อมล้ำด้านความก้ าวหน้าทางเทคโนโลยี ซึ่งแสดงให้เห็นว่าวิธีที่รั ฐบาลและภาคธุรกิจตอบสนองต่ อความท้าทายเหล่านี้จะเป็นตั วกำหนดทิศทางการเติบโตในระยะต่ อไป ทั้งความสามารถในการปรับตัว ลงทุนในความพร้อมด้านดิจิทัล และตอบรับความต้องการผู้บริ โภคที่เปลี่ยนแปลง ทั้งหมดล้วนเป็นกุญแจสำคัญสู่ ความสำเร็จ”



