AOC 1441 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บูรณาการทำงาน ตาม พ.ร.ก. มาตรา 13 เพื่อการป้องกันและปราบปรามสแกมเมอร์ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน โดยขอให้ประชาชนยึดหลัก “4 ไม่” คือ “ไม่กดลิงค์ ไม่เชื่อ ไม่รีบ ไม่โอน”เพิ่มความปลอดภัย ไม่ตกเป็นเหยื่อ”

     ยุคที่อาชญากรรมออนไลน์พุ่งสูงและทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดย ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศปอท.) หรือAOC 1441ได้ดำเนินการตามนโยบายของ ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ธนาคารแห่งประเทศไทยสมาคมธนาคาร สำนักงาน ปปง. สำนักงาน ... สำนักงาน กสทช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บูรณาการทำงานภายใต้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตาม ... มาตรา13 เพื่อการป้องกันและปราบปรามสแกมเมอร์ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนโดยขอให้ประชาชนยึดหลัก “4 ไม่คือไม่กดลิงค์ ไม่เชื่อ ไม่รีบ ไม่โอนเพิ่มความปลอดภัย ไม่ตกเป็นเหยื่อ ซึ่งเป็นหลักการป้องกันตัวเองจากการตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมออนไลน์ที่ทุกคนสามารถจดจำและนำไปใช้ได้ง่าย

ตัวเลขพุ่งสูง! คนไทยสูญเงินหลายหมื่นล้านจากอาชญากรรมออนไลน์

    ข้อมูลของศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศปอท.) พบว่านับตั้งแต่เปิดศูนย์AOC1441 (Anti Online Scam Operation Center) เมื่อวันที่1 พฤศจิกายน2566 ถึง 9 มกราคม 2569 เป็นเวลากว่า 2 ปี มีผู้เสียหายจากการถูกหลอกลวงออนไลน์โทรแจ้งเหตุเข้ามา 2,727,833 ราย สามารถระงับธุรกรรมได้1,137,852 เคส สร้างความเสียหายรวมกันสูงกว่า 50,197 ล้านบาท โดยรูปแบบที่พบบ่อยที่สุด ได้แก่ การหลอกซื้อขายสินค้า/บริการ หลอกโอนเงินเพื่อรับรางวัล หลอกโอนเงินเพื่อหารายได้พิเศษ และหลอกลวงให้กู้เงิน

“4 ไม่” – อาวุธป้องกันภัยที่ทุกคนต้องรู้

     ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า หลักการ “4 ไม่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ประชาชนจดจำและปฏิบัติตามได้ง่าย โดยครอบคลุมทุกมิติของการป้องกันภัยจากสแกมเมอร์

1. ไม่กดลิงค์ระวังกับดักแฝงอันตราย

    ลิงก์ปลอมที่ส่งมาทาง SMS อีเมล หรือแอปพลิเคชันต่าง เป็นช่องทางหลักที่มิจฉาชีพใช้ในการขโมยข้อมูลส่วนตัว ซึ่งรัฐบาล โดยกระทรวงดีอี ได้ออกมาตรการให้หน่วยงานรัฐ ยกเลิกการส่ง SMS และอีเมล แนบลิงก์แล้ว ดังนั้น ขอเตือนประชาชน อย่ากดลิงก์ที่ระบุว่าเกี่ยวข้องกับหน่วยงานรัฐ หรือลิงก์ที่มาพร้อมข้อความ

     สร้างความตื่นตระหนก เช่นบัญชีของคุณถูกระงับ กรุณายืนยันตัวตนภายใน 24 ชั่วโมงหรือคุณถูกรางวัล คลิกรับของรางวัลทันที

    เคล็ดลับ: หากต้องการเข้าเว็บไซต์ของหน่วยงานราชการ ธนาคาร หน่วยงานต่าง ควรพิมพ์ URL โดยตรงหรือใช้แอปพลิเคชันอย่างเป็นทางการเท่านั้น

2. ไม่เชื่อต้องตรวจสอบทุกข้อมูล

    ยุคของเทคโนโลยี AI และ Deepfake ภาพและเสียงปลอมสามารถสร้างได้สมจริงมาก อาจมีการหลอกลวง ปลอมเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคาร เจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือแม้แต่คนรู้จักโทรมาขอความช่วยเหลือ

    “อย่าเชื่อทุกอย่างที่เห็นและได้ยิน ให้โทรกลับไปยืนยันที่หมายเลขอย่างเป็นทางการเสมอ และระวังข่าวสารที่สร้างความตื่นตระหนกหรือดีเกินจริงโดยสละเวลาเพื่อค้นหาข้อมูลอย่างละเอียดอีกครั้งก่อนเชื่อ

3. ไม่รีบหยุดคิด ก่อนตัดสินใจ

     กลยุทธ์สำคัญของมิจฉาชีพคือการสร้างความกระวนกระวายกดดันให้เหยื่อตัดสินใจโดยไม่ทันใช้สติ คิด วิเคราะห์แยกแยะให้ชัดเจนเช่นโปรโมชั่นสิ้นสุดในอีก 10 นาทีหรือหากไม่โอนเงินภายในวันนี้จะถูกดำเนินคดี

    คำแนะนำ: หยุด ตั้งสติ และใช้เวลาคิดอย่างรอบคอบ ปรึกษาคนในครอบครัวหรือเพื่อนที่ไว้วางใจก่อนทำตามคำสั่ง ไม่มีเรื่องด่วน หรือเรื่องจริงใดๆ ที่ไม่สามารถรอได้สักครู่ดังนั้นต้องมีสติทุกครั้งก่อนตัดสินใจ

4. ไม่โอนระวังสูญเงินและข้อมูลส่วนบุคคล

    หากพบข้อความ SMS หรือบุคคลโทรมาขอให้โอนเงินอย่างเร่งด่วน ขอให้ตั้งสติตรวจสอบความชัดเจนของกิจกรรมนั้นการยืนยันด้วยรหัส OTP คือกุญแจสำคัญที่ใช้สำหรับการธุรกรรมโดยหากเป็นธนาคารและหน่วยงานที่ถูกต้องจะมีการยืนยันผ่านรหัส OTP ซึ่งจะต้องไม่เปิดเผยรหัสยืนยันนั้นแก่บุคคลอื่นโดยเด็ดขาด เช่นเดียวกันรหัสข้อมูลส่วนตัวต่างๆ

หลอกโอนเงินหารายได้พิเศษ เหยื่อสูญเงินกว่า1.3 ล้านบาท

    AOC 1441 ได้รายงานเคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากการถูกหลอกลวง เพื่อเป็นแนวทางในการระมัดระวังภัยการหลอกโอนเงินเพื่อหารายได้พิเศษ หลอกโอนเงินเพื่อรับรางวัล และการหลอกลงทุนออนไลน์

    ผู้เสียหายถูกหลอกโอนเงินเพื่อหางาน หารายได้พิเศษ เป็นจำนวนเงิน 1,360,519 บาท โดยพบโฆษณาทำงานหารายได้พิเศษผ่านช่องทางFacebook ผู้เสียหายสนใจจึงเพิ่มเพื่อนทาง Line ก่อนถูกเชิญเข้ากลุ่มLINE จากนั้นได้รับแจ้งว่าจะต้องโอนเงินเพื่อสร้างเครดิตหมุนเวียน โดยจะได้รับเงินคืนพร้อมค่าคอมมิชชัน ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไป แต่เมื่อต้องการถอนเงินกลับไม่สามารถทำได้ มิจฉาชีพอ้างว่าทำรายการผิดจะต้องโอนเงินเข้าไปเพื่อปลดล็อกระบบ แต่โอนเงินไปแล้วก็ยังไม่สามารถถอนเงินได้

    ผู้เสียหายอีกรายสูญเงินไป 800,000 บาท จากการหลอกลวงผ่านโฆษณาบริษัทจัดหาแรงงานไปทำงานต่างประเทศผ่านช่องทางFacebook มีความสนใจจึงเพิ่มเพื่อนทาง Line เพื่อทักไปสอบถามรายละเอียด มิจฉาชีพแจ้งให้ส่งเอกสารข้อมูลส่วนบุคคล และให้โอนเงินค่าดำเนินการต่าง แต่เมื่อโอนเงินไปจนครบทุกรายการแล้ว กลับได้รับแจ้งว่าผู้เสียหายไม่ได้ใส่บันทึกช่วยจำ จะต้องโอนซ้ำอีกครั้งผู้เสียหายรู้สึกผิดปกติ จึงนำชื่อบริษัทจัดหางานไปตรวจสอบ และพบว่าเป็นเพจปลอม

ดีอี เร่งรัดมาตรการคุมเข้มปราบสแกมเมอร์

    นอกจากกรณีของมาตรการการป้องกันการหลอกลวงผ่านหลัก “4 ไม่แล้ว กระทรวงดีอี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังมีมาตรการอื่นๆ ที่กำลังดำเนินการ ได้แก่

    • ระบบตรวจจับและปิดกั้นเว็บไซต์ผิดกฎหมายที่มีการเฝ้าระวังตรวจสอบ และปิดกั้น โดยใช้เทคโนโลยี AI ที่ทำงานแบบเรียลไทม์

    • การบูรณาการด้านข้อมูลร่วมกันของหน่วยงาน ธปท. กสทช. ผู้ให้บริการโทรคมนาคม ธนาคาร ในการปิดกั้นช่องทางที่สแกมเมอร์ใช้ในการหลอกลวง ตลอด24 ชั่วโมง

    • สายด่วน AOC1441 พร้อมให้คำปรึกษา 24 ชั่วโมง

    อย่างไรก็ตามหลัก 4 ไม่ เป็นพื้นฐานสำคัญที่ประชาชนควรนำไปปฏิบัติ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ การมีสติ ระมัดระวัง และอัพเดทข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับรูปแบบการหลอกลวงใหม่ อยู่เสมอ เพราะเรื่องอาชญากรรมออนไลน์ไม่ใช่เรื่องไกลตัว ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่ประชาชน ต้องสร้างเกราะป้องกันภัยออนไลน์เพื่อลดความเสี่ยงจากสแกมเมอร์

หากประชาชนโดนหลอกออนไลน์ โทรแจ้งดำเนินการ ระงับ อายัดบัญชีAOC 1441

RELATED ARTICLE

Scroll to Top