ริดสีดวงจมูกเกิดจากเยื่อบุโพรงจมูกและไซนัสอักเสบจนบวมเป็นก้อน มักเป็นทั้งสองข้างมากกว่าข้
างเดียว และจัดเป็นไซนัสอักเสบชนิดหนึ่
งคือ
“ไซนัสอักเสบเรื้อรังชนิดมีริดสีดวงจมูก” โดยก้อนที่ว่านี้ไม่ใช่เนื้
องอกและโดยธรรมชาติไม่กลายเป็
นมะเร็ง แต่เกิดจากภูมิคุ้มกันตอบสนองต่
อสิ่งกระตุ้นจนเกิดการอักเสบ ก้อนจึงอาจบวมขึ้นหรือยุบลงเป็
นช่วง ๆ และโดยทั่วไปไม่หายไปเอง แม้บางวันจะหายใจโล่งขึ้น ก็ไม่ได้แปลว่าการอักเสบหายแล้ว
ไม่เป็นภูมิแพ้ ก็เป็น “ริดสีดวงจมูก” ได้
ผศ.พญ.กวินญรัตน์ จิตรอรุณฑ์ อธิบายว่า “หลายคนอาจเข้าใจว่าริดสีดวงจมูกเกิดจากภูมิแพ้เท่านั้น แต่จริง ๆ แล้วมีผู้ป่วยเพียงราวร้อยละ 40 เท่านั้นที่ตรวจพบว่าเป็นภูมิแพ้ คนที่ไม่เคยเป็นภูมิแพ้จึงเป็นโรคนี้ได้เช่นกัน โดยปัจจัยอื่น ๆ ได้แก่ การทำงานของภูมิคุ้มกันที่ไม่สมดุล เชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อราที่สะสมอยู่เป็น biofilms ในจมูกและไซนัสจะกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาตอบสนองทางภูมิคุ้มกัน (superantigen) จนเกิดการอักเสบเรื้อรัง หลายคนเป็น โรคหอบหืด ร่วมด้วย ซึ่งมักเกิดควบคู่กับการอักเสบในจมูกและไซนัส
ส่วน
มลภาวะทางอากาศ อาจกระตุ้
นให้เยื่อบุอักเสบมากขึ้น ทำให้อาการกำเริบบ่อยและรั
กษาได้ยากขึ้น นอกจากนี้
ผู้ที่แพ้ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs เช่น แอสไพริน และไอบูโปรเฟน ก็เป็นอีกกลุ่มที่ต้องระวัง เพราะมักมีโรคหอบหืดและริดสี
ดวงจมูกร่วมด้วย ริดสีดวงจมูกมักคุมอาการได้ยาก อาการรุนแรงและกลับเป็นซ้ำบ่อย เรียกว่าโรค AERDs หรือ NERDs ควรรักษากับแพทย์เฉพาะทางอย่
างต่อเนื่องเพื่อให้วางแผนรั
กษาได้เหมาะสม”
เปิดลิสต์อาการ “ริดสีดวงจมูก” ปล่อยไว้กระทบชีวิตกว่าที่คิด
อาการที่พบบ่อย ได้แก่ คัดจมูก น้ำมูกไหล น้ำมูกลงคอ ปวดศีรษะหรือใบหน้า และรับกลิ่นลดลงหรือผิดเพี้ยน ซึ่งพบว่าการรับกลิ่นมักลดลงได้มากกว่าไซนัสอักเสบทั่วไป ทั้งยังพบว่าราวร้อยละ 40–65 มีโรคหอบหืดร่วมด้วย โดยหากปล่อยไว้ไม่รักษา อาจทำให้โรคหอบหืดกำเริบบ่อย ควบคุมยาก และเสี่ยงปอดติดเชื้อ ส่วนการคัดจมูกเรื้อรังก็จะทำให้เหนื่อยง่าย นอนหลับไม่สนิท ในบางรายมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงโรคเมตาบอลิก โรคหัวใจ และโรคเส้นเลือดสมองตีบ ในระยะยาว
ตรวจให้ชัด รักษาที่ต้นเหตุ “ริดสีดวงจมูก” ควบคุมได้
อาการคัดจมูกและก้อนที่พบในจมูกเกิดได้จากหลายสาเหตุ จึงจำเป็นต้องได้รับการตรวจหู คอ จมูกให้ชัดเจน ร่วมกับการส่องกล้องโพรงจมูกหรือทำ CT scan หากพบก้อนอื่น ๆ ที่น่าสงสัยว่าไม่ใช่ริดสีดวง ควรเก็บชิ้นเนื้อส่งตรวจเพื่อให้วินิจฉัยได้แน่ชัด และหากสงสัยว่ามีภูมิแพ้ร่วมด้วย ก็ควรตรวจหาสารก่อภูมิแพ้ที่เป็นสาเหตุด้วย เมื่อทราบสาเหตุแล้ว แพทย์จะวางแผนการรักษาให้เหมาะกับแต่ละคน ปัจจุบันใช้ทั้งยาและการผ่าตัดร่วมกันตามความเหมาะสมของผู้ป่วยแต่ละราย เพื่อลดการอักเสบ บรรเทาอาการ และลดภาวะแทรกซ้อน ได้แก่ การล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ การใช้ยาพ่นสเตียรอยด์เพื่อลดการอักเสบและขนาดของริดสีดวง รวมถึงดูแลโรคที่เป็นร่วมด้วย
ส่วน
การผ่าตัดไซนัสผ่านกล้องเอ็นโดสโคป (FESS) จะช่วยนำริดสีดวงออก เปิดทางระบายของไซนัส รวมถึง
เปิดโพรงไซนัสหลายส่วนให้เชื่อมถึงกัน หรือ Full House FESS เพื่อให้ล้างจมูกด้วยน้ำเกลื
อและยาได้ถึงเยื่อบุที่อักเสบข้
างใน ทำให้การควบคุมโรคทำได้ดีขึ้น ที่สำคัญ หลังผ่าตัดยังคงต้องใช้ยาอย่
างต่อเนื่อง ติดตามการรักษากับแพทย์
เฉพาะทางอย่างสม่ำเสมอ สำหรับรายที่ผ่าตัดและใช้ยาอย่
างเหมาะสมแล้วยังควบคุมโรคได้
ไม่ดี แพทย์อาจพิจารณา
ใช้ยากลุ่ม biologics เพิ่มเติม ทั้งนี้ แม้ปัจจุบันยังไม่มีการรั
กษาใดที่ทำให้โรคหายขาด แต่การรักษาที่เหมาะสมจะช่วยให้
อาการดีขึ้น คุณภาพชีวิตดีขึ้น และลดภาวะแทรกซ้อนได้
“ใครที่คัดจมูก นอนหลับไม่สนิท หรือรับกลิ่นได้น้อยลงต่อเนื่อง ไม่อยากให้ทนจนชินหรือรอจนเกิดภาวะแทรกซ้อน แนะนำให้มาตรวจหาสาเหตุตั้งแต่เนิ่น ๆ หากพบว่าเป็นริดสีดวงจมูกจะได้ดูแลได้ทันท่วงที สิ่งสำคัญคือการควบคุมการอักเสบ เพราะแม้จะผ่าตัดเอาก้อนออกไปแล้ว โรคก็ยังกลับมาเป็นซ้ำได้ จึงควรใช้ยาตามที่แพทย์สั่งและมาติดตามอาการตามนัด แม้จะรู้สึกดีขึ้นแล้วก็ตาม ควบคู่กับการหลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้และมลภาวะ โดยเมื่อรักษาและดูแลอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้อาการดีขึ้น หายใจได้สะดวก พักผ่อนได้เต็มที่ และกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากขึ้น” ผศ.พญ.กวินญรัตน์ กล่าวทิ้งท้าย