ข้อเสนอแนะ จาก ITD จากงานสัมมนาเผยแพร่ Trade Intelligence Report 2025 ชี้ภูมิทัศน์การค้าโลกสู่ “ยุคแห่งความปั่นป่วน” พร้อมเร่งสร้าง “ประชาคมข่าวกรองทางการค้าระหว่างประเทศ”

สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) หรือ ITD จัดงานสัมมนาเผยแพร่ Trade Intelligence Report 2025 ชี้ภูมิทัศน์การค้าโลกสู่ “ยุคแห่งความปั่นป่วน” พร้อมเร่งสร้าง “ประชาคมข่าวกรองทางการค้าระหว่างประเทศ” นำเสนอข้อมูลเชิงลึกด้านการค้า และขับเคลื่อน “ประชาคมข่าวกรองทางการค้า” ที่เข้มแข็งทั้งภายในประเทศและระดับภูมิภาค เพื่อรับมือและคว้าโอกาสในสถานการณ์โลกที่ไม่แน่นอน

 

สุภกิจ เจริญกุล ผู้อำนวยการสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา กล่าวว่า การรวมกลุ่มทางการค้า คือ การบูรณาการโดยเฉพาะ สิ่งที่เรามุ่งเน้น คือ ความร่วมือของกลุ่มในอาเซียนก่อนในเบื้องต้น เป็นภารกิจของทางไอทีดี เรามีการลงพื้นที่เพื่อรวบรวมข้อมูล รวมถึงการแลกเปลี่ยนข้อมูล และการสร้างพันธมิตรกับสถาบันทางวิชาการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการค้าในแต่ละประเทศในภูมิภาคอาเซียน รวมถึงการจัดทำข้อมูลเพื่อเป็นชุดข้อมูล สำหรับการใช้งาน ซึ่งเป็นเหตุผลเบื้องต้นของการททำ “ประชาคมข่าวกรองทางการค้า”

 

การรวมกลุ่มของประเทศในอาเซียน ถือเป็นเรื่องที่ดี สำหรับเรา การสร้าง และการแสวงหาโอกาสทางธุรกิจ การค้า ถือเป็นการ  Going Forward รวมถึงเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับกลุ่มประเทศในอาเซียน ในการใช้เป็นอำนาจการเจรจาต่อรองทางการค้ากับกลุ่มประเทศต่างๆ รวมถึงสหรัฐอเมริกา ที่มีการให้มาตรการการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าซึ่งมีผลบังคับใช้แล้ว ตัวอย่างเช่น เวียดนามที่โดนการขึ้นภาษีที่มากกว่าเรา 1 % เป็นต้น การประชุมครั้งนี้เป็นผลงานของ Trade Intelligence Center ภายใต้โครงการประชาคมของพรรคธรรมาชาติของสถาบันเพื่อการพัฒนาการค้าและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (ITD) โดยมีเป้าหมายหลักในการสร้างพันธมิตรและเครือข่ายความร่วมมือด้านวิชาการทางการค้าในภูมิภาค โดยเริ่มจากกลุ่มประเทศ CLMVT (กัมพูชา, ลาว, เมียนมา, เวียดนาม, และไทย)

รายงานฉบับนี้วิเคราะห์แนวโน้มทางเศรษฐกิจที่สำคัญในภูมิภาค CLMVT หลังวิกฤตโควิด-19 โดยมีประเด็นหลัก 7-8 ข้อ ได้แก่:

• การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ: ประเทศเพื่อนบ้านฟื้นตัวจากวิกฤตโควิด-19 ได้อย่างรวดเร็ว

• การลงทุนจากต่างประเทศ (FDI): FDI เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะเวียดนามที่เป็นศูนย์กลางหลัก

• เศรษฐกิจดิจิทัล: มีการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลอย่างโดดเด่น โดยเฉพาะในไทยและเวียดนาม

• โครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์: รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านนี้

• พลังงานสีเขียว: ทุกประเทศมีความคืบหน้าในการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสีเขียว

• ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ: เศรษฐกิจของประเทศเหล่านี้มีความเชื่อมโยงอย่างสูงกับจีนและสหรัฐฯ ซึ่งเป็นทั้งโอกาสและความท้าทาย

• ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย: รายงานเสนอให้มีการพัฒนาโครงสร้างภายในและยกระดับกลไกการบริหารภาครัฐ

วิมล ปั้นคง รองผู้อำนวยการสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา กล่าวว่า ในแต่ละประเทศมีความแตกต่างทางด้านเศรษฐกิจ แต่ประเทศไทย ถือว่ามีความสามารถที่จะเป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจ โดยมีเหตุผลที่น่าสนใจ คือ

ข้อมูล ไทย

• ความโดดเด่นด้านดิจิทัล: ไทยมีความโดดเด่นในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล โดยเฉพาะการลงทุนในเครือข่าย 5G และ Data Center รวมถึงการพัฒนาระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (E-payment)

• โลจิสติกส์: มีความก้าวหน้าในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ เช่น การพัฒนา EEC, ท่าเรือน้ำลึก, และรถไฟรางคู่ เพื่อมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาค

• พลังงานสีเขียว: ไทยประกาศเป้าหมาย Carbon Neutralityภายในปี 2050 และเร่งลงทุนในอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน

• การค้าชายแดน: การค้าชายแดนกับเพื่อนบ้านมีมูลค่าประมาณ 10% ของการส่งออกทั้งหมด หรือประมาณ 26,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี

• ข้อเสนอแนะสำหรับไทย: ควรเร่งพัฒนาความร่วมมือกับเพื่อนบ้านในเรื่อง Trade Facilitation เพื่อลดต้นทุนทางการค้า และส่งเสริมการลงทุนของเอกชนไทยในอุตสาหกรรมที่ไทยเชี่ยวชาญ เช่น เกษตรและอาหาร พลังงาน และการท่องเที่ยว โดยใช้เพื่อนบ้านเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออก

 ร้อยโท ดร.พันธ์รบ ราชพงศา ผู้อำนวยการกลุ่มงาน Trade Intelligence and Development Team (ITD) สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา เล่าถึงความท้าทายของ กัมพูชา คือ

• เศรษฐกิจ: เศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว เติบโตถึงร้อยละ 6 ต่อปีในปี 2040 โดยมีแรงขับเคลื่อนจากการส่งออกและการท่องเที่ยว

• อิทธิพลจากจีน: มีอิทธิพลจากจีนเข้ามาในประเทศค่อนข้างมาก โดยเฉพาะความร่วมมือภายใต้กรอบ “Diamond Pentagon” ซึ่งเป็นความร่วมมือ 6 ด้าน

• การพัฒนา: จีนลงทุนสร้าง สนามบินอังกอร์ ที่เสียมราฐและเขตเศรษฐกิจพิเศษใกล้เคียง เพื่อเน้นด้านการเกษตร การท่องเที่ยว และโลจิสติกส์ โดยกัมพูชาต้องการผู้เชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์เพื่อเชื่อมโยงไทยและเวียดนาม

• ข้อจำกัด: การพึ่งพาตลาดสหรัฐฯ และยุโรปสูง ทำให้มีความกังวลเรื่องการถูกตัดสิทธิพิเศษทางการค้า

• ปัญหา: การปิดพรมแดนทำให้ห่วงโซ่อุปทานการผลิตชิ้นส่วนและสิ่งทอระหว่างไทยกับกัมพูชาหยุดชะงัก

• พันธมิตร: ITD มีความร่วมมือกับ TTRI (Trade Training and Research Institute) ซึ่งเป็นหน่วยงานคล้าย ITD ในกัมพูชา

ความน่าสนใจของ เมียนมา คือ

• เศรษฐกิจ: แม้จะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง แต่เศรษฐกิจยังเติบโตได้ร้อยละ 1 โดยมีแรงหนุนจากการค้าชายแดนและการลงทุนจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ไทยและจีน

• การลงทุนจากจีน: จีนยังคงมีบทบาทสำคัญในฐานะแหล่งลงทุนหลัก

• ความร่วมมือกับไทย: เมียนมามองไทยเป็นเพื่อนบ้านที่ดีและยินดีต้อนรับการลงทุนจากไทย

• ปัญหาภายใน: เผชิญปัญหาไฟฟ้าดับทุกวัน และข้อจำกัดจากการคว่ำบาตรของนานาชาติ รวมถึงมาตรการ Export Earning ซึ่งเป็นมาตรการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

• เขตเศรษฐกิจพิเศษตีลาวา: เป็นพื้นที่เดียวที่มีไฟฟ้าใช้ 24 ชั่วโมงและปลอดจากมาตรการควบคุมต่างๆ ทำให้ผู้ประกอบการไทยยังคงยึดพื้นที่เพื่อรอโอกาสเติบโต

• พันธมิตร: ITD มีความร่วมมือกับ Myanmar ISIS (Myanmar Institute for Security and International Studies)

ข้อมูลที่น่าสนใจของ ลาว

• เศรษฐกิจ: เติบโตได้ถึงร้อยละ 4 แต่เผชิญปัญหาเงินเฟ้อสูงและค่าเงินอ่อนค่า ทำให้หนี้สาธารณะสูงถึงร้อยละ 115 ของ GDP

• ปัญหา: ปัญหาเศรษฐกิจทำให้มีการย้ายถิ่นฐานของแรงงานไปไทย และมีความเสี่ยงต่อการพัฒนาทุนมนุษย์ในระยะยาว

• จุดแข็ง: มีประชากรหนุ่มสาวจำนวนมาก และมีที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ที่สามารถเป็น Land Link ที่สำคัญในภูมิภาคได้

• การพัฒนา: เน้นการเชื่อมโยงรถไฟลาว-จีน และโครงการพลังงานไฟฟ้าจากน้ำ เพื่อเป็น “Battery of Asia”

• ข้อเสนอแนะ: ควรพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ (Eco Tourism) และภาคเกษตรอินทรีย์เพื่อเพิ่มมูลค่า และจัดการหนี้สาธารณะอย่างมีประสิทธิภาพ

สุดท้าย ข้อมูลที่น่าสนใจของ เวียดนาม

• เศรษฐกิจ: เป็นดาวรุ่งพุ่งแรงของโลก เติบโตสูงถึง 5-8% ต่อปี และดึงดูด FDI จำนวนมากจากเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และไต้หวัน ภายใต้กระแส China Plus 1

• การลงทุน: ได้รับการลงทุนในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์, เซมิคอนดักเตอร์, พลังงานหมุนเวียน และยานยนต์

• จุดแข็ง:

o แรงงาน: มีประชากรหนุ่มสาวและแรงงานที่มีคุณภาพ ขยันขันแข็ง และมีราคาถูก

o นโยบายภาครัฐ: มีเสถียรภาพ รวดเร็ว และตอบสนองต่อเทรนด์โลก (ดิจิทัล, พลังงานสีเขียว)

o FTA: มีการทำข้อตกลง FTA กับหลายกลุ่มประเทศ (เช่น EU) อย่างรวดเร็ว ทำให้เป็นที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุน

o ภาครัฐ: มีการแข่งขันระหว่างจังหวัด และผู้บริหารในทุกระดับมีการวัดผลงานด้วย Outcome หรือผลลัพธ์ที่ชัดเจน

• ความท้าทาย:

o ระบบราชการ: ยังคงมีปัญหาเรื่องขั้นตอนการขออนุญาตที่ดินที่ไม่ชัดเจน

o ห่วงโซ่อุปทาน: ยังพึ่งพิงวัตถุดิบและเทคโนโลยีจากต่างประเทศสูง โดยเฉพาะจากจีน

o กับดักรายได้ปานกลาง: เวียดนามมีความเสี่ยงที่จะติดกับดักรายได้ปานกลางเหมือนกับไทย หากไม่สามารถพัฒนาเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูงได้ทันเวลาที่ค่าแรงเพิ่มขึ้น

     สำหรับการการขยายไปประเทศอื่นๆ เรามีแผนการขยายความร่วมมือ: ปีหน้า (ปี 2026) ITD มีแผนจะขยายความร่วมมือไปยังอีก 4 ประเทศ ได้แก่ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และ มาเลเซีย โดยมีเป้าหมายเพื่อเรียนรู้ Best Practice จากประเทศที่มีบริบททางเศรษฐกิจและการค้าใกล้เคียงกับไทย และสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางวิชาการ (Triple Helix: นักวิชาการ, เอกชน, และภาครัฐ)

อาจารย์ทวีชัย เจริญเศรษฐศิลป์ ผู้อำนวยการวิจัย สถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนา รวมถึงการสร้างพลังต่อรอง: การรวมกลุ่มกันในฐานะภูมิภาคจะช่วยเพิ่มอำนาจการต่อรอง (Bargaining Power) ในเวทีการค้าโลก โดยมีเป้าหมายระยะยาวเพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางการค้าของภูมิภาค โดย บทบาทของ ITD จะทำหน้าที่เป็นเหมือน ตัวขับเคลื่อนและ คอยเตือนภัย โดยจะผลิตข้อมูลเชิงลึกและทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย (Policy Recommendation) ให้กับภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในไทย รวมถึงแบ่งปันข้อมูลให้พันธมิตรในต่างประเทศด้วย

 

 

 

 

RELATED ARTICLE

Scroll to Top