เวียงจันทน์ เมืองที่ยิ่งใช้เวลาอยู่ด้วยนานเท่าไร ก็ยิ่งได้พบสิ่งที่มากกว่าสถานที่ท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นอาหารจานหนึ่งในตลาดเช้า ร้านกาแฟเล็กๆ ระหว่างทาง บทสนทนากับคนท้องถิ่น หรือช่วงเวลาที่ไม่ได้อยู่ในแผน สิ่งเหล่านี้ค่อยๆ เปิดมุมมองใหม่ และพาให้ผู้เดินทางได้รู้จักเมืองในแบบที่แตกต่างออกไป
หากถามว่าเสน่ห์ของ เวียงจันทน์ อยู่ตรงไหน คำตอบอาจไม่ได้เริ่มต้นจากแลนด์มาร์ก หากอยู่ที่ “จังหวะของเมือง” เมืองหลวงของลาวแห่งนี้ไม่ได้เร่งให้ผู้มาเยือนต้องเดินทางจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง แต่ชวนให้ค่อย ๆ ใช้เวลาไปกับเมืองและมองเห็นรายละเอียดของชีวิตที่ดำเนินอยู่รอบตัว การทำความรู้จักเวียงจันทน์อาจเริ่มจากสถานที่สำคัญอย่างพระธาตุหลวง ประตูชัย และวัดสีสะเกด ก่อนปล่อยให้เวลานำไปสู่ประสบการณ์ที่เรียบง่ายกว่า ทั้งการเดินตลาดเช้า จิบกาแฟลาว ปั่นจักรยานไปตามถนนสายสงบ หรือนั่งมองความเคลื่อนไหวริมแม่น้ำโขงในช่วงเย็น
อาหารเป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่พาให้เข้าถึงตัวตนของเมือง ขณะที่คำทักทายง่ายๆ อย่าง “สบายดี” หรือ “ขอบใจ” ก็ช่วยให้บทสนทนากับผู้คนเป็นกันเองขึ้น และบางครั้ง การพบปะสั้นๆ ระหว่างทางอาจกลายเป็นหนึ่งในความทรงจำที่ดีที่สุดของการเดินทางในฐานะเมืองหลวงและศูนย์กลางสำคัญด้านเศรษฐกิจ การปกครอง และวัฒนธรรมของลาว เวียงจันทน์ มีเรื่องราวให้ค้นพบทั้งด้านประวัติศาสตร์ ศาสนา อาหาร และวิถีชีวิต ที่นี่จึงไม่จำเป็นต้องทำความรู้จักให้ครบในครั้งเดียว
เพราะบางทีเสน่ห์ของเมืองอาจอยู่ในร้านเล็กๆ ริมทาง การต้อนรับอย่างเป็นมิตร หรือเรื่องเล่าจากคนในพื้นที่ ที่ค่อยๆ ปรากฏขึ้นระหว่างทาง เมื่อการเดินทางไม่ได้หมายถึงการต้องออกไปค้นหาสิ่งใหม่ตลอดเวลา การเลือกที่พักซึ่งทำให้ผู้มาเยือนได้อยู่ใกล้กับจังหวะของเมือง จึงเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ช่วยเติมเต็มประสบการณ์และเปิดพื้นที่ให้แต่ละคนทำความรู้จักจุดหมายปลายทางได้ในแบบของตนเอง

เมื่อการเข้าพักเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวเมือง อมารี เวียงจันทน์ (Amari Vientiane) ตั้งอยู่ใจกลางเมืองริมแม่น้ำโขง ทำให้การเข้าพักเป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของการทำความรู้จักเวียงจันทน์ในจังหวะที่เป็นของตัวเอง โรงแรมหยิบแรงบันดาลใจจากวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของลาวมาถ่ายทอดผ่านการออกแบบอาหาร และประสบการณ์ภายในโรงแรม พร้อมเชื่อมโยงผู้เข้าพักเข้ากับเรื่องราวของเมืองโดยรอบจากโรงแรม ผู้เข้าพักสามารถเริ่มต้นเช้าด้วยการออกไปสัมผัสประเพณีและวิถีชีวิตของชาวเวียงจันทน์ แวะชมสถานที่สำคัญหรือสำรวจตลาดเช้า ก่อนกลับมาใช้เวลาพักผ่อน แล้วออกไปเดินเล่นริมแม่น้ำโขงและตลาดกลางคืนในช่วงค่ำ โดยไม่จำเป็นต้องจัดทุกกิจกรรมให้อยู่ในตารางที่เร่งรีบ
เพราะเสน่ห์ของเวียงจันทน์อยู่ในรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นระหว่างวัน ขณะเดียวกัน การกลับมาใช้เวลาภายในโรงแรมก็เปิดโอกาสให้ได้พักผ่อน ดูแลกายและใจ หรือชมแสงสุดท้ายเหนือแม่น้ำโขงด้วยทำเลที่อยู่ใกล้ย่านสำคัญและแหล่งท่องเที่ยวของเมือง และห่างจากท่าอากาศยานนานาชาติวัตไตราว 4.8 กิโลเมตร อมารี เวียงจันทน์ จึงเอื้อให้ผู้เดินทางเลือกใช้เวลาได้อย่างยืดหยุ่น ทั้งวันที่อยากออกไปค้นพบเมือง และวันที่อยากพักผ่อนอย่างเต็มที่ ทำให้ที่พักแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงจุดพักระหว่างการเดินทาง แต่เป็นอีกส่วนหนึ่งของประสบการณ์เวียงจันทน์
เริ่มต้นสัมผัสเมืองผ่านรสชาติที่ อมารี เวียงจันทน์ ผู้เข้าพักสามารถเลือกสัมผัสอาหารหลากหลายรูปแบบ ทั้งอาหารนานาชาติ อาหารไทย และเมนูที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรสชาติและวัตถุดิบ ท้องถิ่นของลาว ตั้งแต่เมนูเส้น อาหารจากปลาแม่น้ำ ไปจนถึงอาหารพื้นถิ่นที่ปรุงด้วยสมุนไพรและวัตถุดิบประจำถิ่น โดย อมาญา ฟู้ด แกลเลอรี่ (Amaya Food Gallery) นำเสนออาหารหลากหลายตลอดวัน

ขณะที่ เอ็กเซ็กคิวทีฟ ไพรเวต ไดนิง (Executive Private Dining) เปิดพื้นที่สำหรับการรับประทานอาหารในบรรยากาศเป็นส่วนตัว พร้อมทิวทัศน์ของแม่น้ำโขงจากมื้ออาหารภายในโรงแรม ผู้เข้าพักสามารถออกไปค้นพบรสชาติและเรื่องราวของเวียงจันทน์ต่อผ่านตลาด ร้านอาหาร และชุมชนรอบเมือง ทำให้อาหารเป็นอีกหนึ่งจุดเริ่มต้นของการทำความรู้จักจุดหมายปลายทาง เว้นจังหวะให้กับการพักผ่อน หลังจากออกไปสัมผัสเมืองมาตลอดวัน การกลับมาใช้เวลาอย่างช้าๆ ที่ อมารี เวียงจันทน์ ก็เป็นอีกช่วงหนึ่งของการเดินทาง

ห้องพัก 248 ห้อง ตั้งแต่ห้องดีลักซ์ จูเนียร์ สวีท เอ็กเซ็กคิวทีฟ สวีท ไปจนถึงเพรสซิเดนเชียล สวีท รองรับทั้งการเข้าพักระยะสั้นและผู้ที่ต้องการใช้เวลาอยู่ในเวียงจันทน์นานขึ้น ภายในโรงแรมยังมีพื้นที่สำหรับการพักผ่อนในหลากหลายรูปแบบ ทั้งสระว่ายน้ำ ห้องออกกำลังกาย และบรีซ สปา (Breeze Spa) สำหรับช่วงเวลาที่อยากเว้นจากการออกไปสำรวจเมือง หรือกลับมาใช้เวลากับตัวเองและคนที่ร่วมเดินทาง
เมื่อเข้าสู่ช่วงเย็น สเตลลาร์ รูฟท็อป บาร์ (Stellar Rooftop Bar) เปิดมุมมองจากชั้นดาดฟ้าให้ชมแสงสุดท้ายเหนือแม่น้ำโขง ก่อนปล่อยให้บรรยากาศของเมืองค่อยๆ เปลี่ยนไปตามช่วงเวลาของวัน จากมุมสูง ทั้งสายน้ำ เมือง และแสงที่ค่อย ๆ เปลี่ยนไป กลายเป็นอีกภาพหนึ่งของเวียงจันทน์ที่ชวนให้ทบทวนเรื่องราวเล็กๆ ที่ได้พบระหว่างวัน ก่อนปล่อยให้ค่ำคืนดำเนินต่อไปในจังหวะที่เป็นของตัวเอง
โรงแรมยังมีพื้นที่สำหรับการประชุมและจัดเลี้ยงที่รองรับกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ
จึงสามารถรองรับทั้งการทำงาน การพบปะ และการพักผ่อนได้ในพื้นที่เดียวกัน จากเสน่ห์ริมแม่น้ำโขง สู่ธรรมชาติริมน้ำซองจากเวียงจันทน์ที่ชวนให้ผู้เดินทางค่อย ๆ ปล่อยให้จังหวะของเมืองเล่าเรื่อง
การเดินทางต่อไปยัง อมารี วังเวียง (Amari Vang Vieng) ก็เปิดอีกจังหวะของลาวผ่านภูเขา แม่น้ำซอง และธรรมชาติที่รายล้อมโรงแรม ด้วยบรรยากาศที่ใกล้ชิดธรรมชาติและกิจกรรมกลางแจ้งมากขึ้น
ปัจจุบัน การเดินทางด้วยรถไฟระหว่างเวียงจันทน์และวังเวียงช่วยเชื่อมสองจุดหมายปลายทางเข้าหากันได้อย่างสะดวก ทำให้นักเดินทางสามารถเริ่มต้นด้วยวัฒนธรรม รสชาติ วิถีชีวิตของเมืองหลวง ก่อนเปลี่ยนบรรยากาศไปสัมผัสภูเขา สายน้ำ และพื้นที่เปิดกว้างของวังเวียง ปล่อยให้แต่ละจุดหมายค่อย ๆ เล่าเรื่องของตัวเองในแบบที่แตกต่างกัน

อมารี วังเวียง ตั้งอยู่ริมแม่น้ำซองและนำทิวทัศน์ของธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การพักผ่อน ห้องพักมากกว่า 160 ห้องได้รับการออกแบบในสไตล์ร่วมสมัย พร้อมรายละเอียดที่ได้รับแรงบันดาลใจจากงานฝีมือของลาว เปิดมุมมองสู่ขุนเขาและบรรยากาศโดยรอบ เพื่อให้ผู้เข้าพักรู้สึกเชื่อมโยงกับจุดหมายปลายทางตั้งแต่ภายในโรงแรมจากอมารี วังเวียง ผู้เดินทางสามารถเลือกออกไปสัมผัสวังเวียงในแบบของตนเอง
ทั้งการชมทิวทัศน์จากมุมสูง สำรวจถ้ำ พายเรือคายัคตามแม่น้ำซอง หรือใช้เวลากับธรรมชาติ
ก่อนกลับมาผ่อนคลายและรับประทานอาหารท่ามกลางบรรยากาศของภูเขาและสายน้ำสองโรงแรมนำเสนอประสบการณ์ที่แตกต่างแต่เชื่อมต่อกัน อมารี เวียงจันทน์เปิดมุมมองสู่รสชาติ วัฒนธรรม และชีวิตริมแม่น้ำโขง
ขณะที่อมารี วังเวียงพาผู้เข้าพักเข้าใกล้พลังของธรรมชาติและวิถีชีวิตริมน้ำซอง ภายใต้แนวคิด More of What You Love การเข้าพักที่อมารีทั้งสองแห่งจึงไม่ได้สิ้นสุดอยู่ภายในโรงแรม แต่เปิดออกไปสู่มื้ออาหาร การพักผ่อน การดูแลตนเอง การพบปะผู้คน และประสบการณ์ในจุดหมายปลายทางให้ผู้เดินทางได้ค้นพบลาวในหลายมิติและเลือกจังหวะของการเดินทางในแบบของตัวเอง เพราะบางครั้ง การรู้จักจุดหมายปลายทางไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นอย่างเร่งรีบ เพียงเปิดพื้นที่ให้เมือง ธรรมชาติ และผู้คนค่อย ๆ เล่าเรื่องของตัวเอง การเดินทางก็อาจกลายเป็นความทรงจำที่ยังคงอยู่
แม้ช่วงเวลาของการเข้าพักจะสิ้นสุดลงแล้ว